รวมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แบบไปเช้า-เย็นกลับ พักผ่อนชิล ๆ ในวันที่มีเวลาน้อย แถมยังไม่เหนื่อยกับการเดินทางด้วยนะ
เวลา...คือองค์ประกอบสำคัญในการวางแผนท่องเที่ยว
เพราะบางคนพอจะมีเวลาไปเที่ยวเพียงแค่วันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดตามเทศกาลต่าง
ๆ เท่านั้น ทำให้ไม่อยากเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางเท่าไร
จึงมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพฯ เพื่อพาตัวเองไปชาร์จแบต เพิ่มพลังใจพลังกาย วันนี้เราหยิบเอาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้า-เย็นกลับได้สบาย ๆ มาแนะนำกัน เริ่มที่...
1. วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา
08.30-16.30 น. ในช่วงเวลา 19.30-21.00 น.
จะมีการเปิดไฟส่องไปยังโบราณสถานภายในวัด บรรยากาศสวยงามมาก
1. วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กระแสจากละครเรื่องบุพเพสันนิวาสฟีเว่อร์ทำให้เล่าออเจ้าจากทั่วประเทศ
ใส่ชุดไทยเดินทางไปเที่ยววัดไชยวัฒนารามกันอย่างล้นหลาม
วัดแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2173 โดยพระเจ้าปราสาททอง
กษัตริย์อยุธยาในสมัยนั้นโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น
ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ
เป็นปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส
แต่ละมุมของฐานมีปรางค์ประจำทิศตั้งอยู่ด้วย
ซึ่งเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยาตอนต้น

2. วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วัดพุทไธศวรรย์ สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
3. พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระราชวังบางปะอิน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ) ค่าเข้าชมเด็ก/นักเรียน/นักศึกษา ราคา 20 บาท, ผู้ใหญ่ ราคา 30 บาท และชาวต่างชาติ ราคา 100 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักพระราชวังบางปะอิน โทรศัพท์ 035 261 044, 035 261 549, 035 261 673
4. ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยสายน้ำเย็นฉ่ำ
มีระเบียงริมน้ำให้นักท่องเที่ยวไว้นั่งหย่อนขาสัมผัสสายน้ำเย็นชื่นใจ
หลากหลายด้วยเมนูอาหารอร่อย ๆ ทั้งของคาว-ของหวาน เช่น ผัดไทย, ทอดมัน,
ก๋วยเตี๋ยว, น้ำพริกปลาทู, ส้มตำรสเด็ด, ขนมครกไข่นกกระทา, ถุงทอง,
หมูระเบิด, ไก่ระเบิด, หอยครกกระทะร้อน และยำต่าง ๆ เป็นต้น
รวมถึงการได้ชมการแสดงประวัติศาสตร์ที่มีให้ชมทุกวัน

ภาพจาก Proud / shutterstock.com
ตลาดน้ำอโยธยา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ayothayafloatingmarket.in.th
5. วัดพระงาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อีกหนึ่งวัดอันซีนที่เราอยากชวนไปเที่ยวชม ตั้งอยู่ริมคลอง ตำบลคลองสระบัว นอกเกาะเมืองทางด้านทิศเหนือ หนึ่งในวัดเก่าแก่ของอยุธยาที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า มีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นประธานของวัด โดยไฮไลต์สำคัญของวัดนั่นคือ "ประตูแห่งกาลเวลา" มีลักษณะเป็นซุ้มประตูก่อด้วยก้อนอิฐมอญ และมีต้นโพธิ์ใหญ่โอบล้อมทั่วทั้งซุ้มประตู ทั้งงดงามและแปลกใหม่ อีกทั้งยังเป็นมุมถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย จนกลายเป็นอีกหนึ่งความอันซีนของอยุธยา
ช่วงเวลาที่เหมาะจะถ่ายรูปพระอาทิตย์ลอดซุ้มประตูคือช่วงเวลา 17.00-18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก วัดพระงาม"ประตูแห่งกาลเวลา "คลองสระบัว
6. ชมเฌย จังหวัดนนทบุรี
เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ วันอังคาร-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ชมเฌย
7. ตลาดน้ำวัดตะเคียน จังหวัดนนทบุรี
ตลาดน้ำวัดตะเคียน เปิดให้บริการทุกวัน (วันธรรมดาร้านค้าจะเปิดเพียงบางร้าน) ตั้งแต่เวลา 09.30-15.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดน้ำวัดตะเคียน
8. ชุมชนบนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
ที่สำคัญยังมีร้านกาแฟ และร้านอาหารริมแม่น้ำบรรยากาศชิล ๆ ไม่น้อยเลยล่ะ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมรอบ ๆ เกาะได้ด้วยการขี่จักรยาน หรือถ้าใครอยากนั่งเรือเที่ยวชมรอบ ๆ เกาะ ไปเยี่ยมชมบ้านขนมไทย วัดต่าง ๆ และศูนย์การเรียนรู้ผ้าบาติกก็ได้เช่นกัน เกาะเกร็ดในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีร้านค้าเปิดให้บริการมากกว่าวันธรรมดา จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมากกว่าปกติ
9. สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ
10. บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ
สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
เปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. ห้ามนำรถยนต์เข้า
แต่ที่ซุ้มขายน้ำบริเวณหน้าสวนจะมีจักรยานให้เช่า
11. ตลาดบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ
ตลาดบางน้ำผึ้ง เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่ติดกับวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น.
12. ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี
13. ตลาดน้ำลาวเวียง จังหวัดสระบุรี
14. สวนบิ๊กเต้ จังหวัดสระบุรี
15. น้ำตกดงพญาเย็น จังหวัดสระบุรี
ตั้งอยู่ที่ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อยู่ห่างจากน้ำตกเจ็ดสาวน้อยประมาณ 1.5 กิโลเมตร เกิดจากลำห้วยมวกเหล็กมีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีชั้นเตี้ย ๆ ลดหลั่นกันไป มีแอ่งน้ำตื้น ๆ ให้ลงเล่นน้ำสุดเย็นฉ่ำเพื่อคลายร้อนกันตลอดทั้งปี ทั้งสองฟากฝั่งของน้ำตกมีต้นไม้นานาพรรณให้ความร่มรื่น อากาศเย็นสบายสดชื่น ชาวบ้านทำแคร่ไม้ไผ่ริมน้ำให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งพักผ่อน ทั้งนี้มีบริการร้านอาหารด้วย
16. วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง
ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวสะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ เดิมทีเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก่อนจะถูกทำลายไปเมื่อครั้งเสียกรุง วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนามว่า "พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อใหญ่" โดยพระพุทธรูปมีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 62 เมตร และสูงประมาณ 93 เมตร นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ พระอุโบสถที่มีกำแพงเป็นกลีบดอกบัวสีชมพูสวยงาม, วิหารแก้ว, แดนนรก เป็นต้น
17. วัดขุนอินทประมูล จังหวัดอ่างทอง
ตั้งอยู่ในเขตตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่มีชื่อว่า "พระศรีเมืองทอง" มีความยาววัดจากปลายพระเมาลีถึงปลายพระบาทได้ 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไป เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1 เหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อย ๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างนิยมมานมัสการ
นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงแค่ฐาน ผนังบางส่วนและองค์พระพุทธรูป และในศาลาอเนกประสงค์ มีศาลรูปปั้นขุนอินทประมูลและโครงกระดูกมนุษย์ ขุดพบในเขตวิหารพระพุทธไสยาสน์เมื่อปี พ.ศ. 2541 ลักษณะนอนคว่ำหน้า มือและเท้ามัดไพล่อยู่ด้านหลัง เชื่อกันว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูลแต่บ้างก็ว่าไม่ใช่
18. ตลาดน้ำสามโก้ จังหวัดอ่างทอง
ตลาดน้ำเปิดใหม่ของจังหวัดอ่างทอง ตั้งอยู่บริเวณวัดสามโก้ อำเภอสามโก้ บรรยากาศบ้าน ๆ แบบวิถีชุมชน เรียบง่ายและเป็นกันเอง แต่เสน่ห์ที่แสนน่ารักของตลาดสามโก้ นั่นคือภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้ในตลาดทำมาจากธรรมชาติ และที่สำคัญของกินและของใช้มาจากคนในอำเภอสามโก้จริง ๆ รวมถึงยังมีกิจกรรมต่าง ๆ จำหน่ายของที่ระลึกน่ารัก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดแบบชิล ๆ ยิ่งเดินก็ยิ่งเพลิน ซึ่งเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดน้ำสามโก้
19. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน บรรยากาศร่มรื่นน่าเที่ยวชม มีการจัดแต่งซุ้มจำหน่ายสินค้าด้วยวัสดุธรรมชาติในรูปแบบพื้นบ้าน ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ชาวบ้านจะแต่งตัวย้อนยุคมานั่งจำหน่ายสินค้า ทำให้บรรยากาศยิ่งคล้ายกับตลาดในยุคโบราณ สินค้าที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายก็จะเป็นอาหารท้องถิ่น ขนมโบราณที่หากินยาก ผลิตภัณฑ์ทำมือ รวมไปถึงพืชผักและผลไม้สด ๆ จากไร่ของชาวบ้าน และถ้าใครอยากจะมาเที่ยวให้อินกับบรรยากาศมากขึ้น ก็สามารถที่จะแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุคมาเที่ยวกันได้จากบ้านเลยค่ะ หรือจะมาเช่าชุดไทยที่นี่ก็ได้
ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน เปิดให้บริการวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่อยู่ติดกับเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน
20. โบสถ์วัดไทร จังหวัดสิงห์บุรี

ภาพจาก Medtech THAI STUDIO LAB 249 / shutterstock.com
21. วัดโกรกกราก จังหวัดสมุทรสาคร

ภาพจาก wasanajai / shutterstock.com
โดยการสวมแว่นตาดำของพระพุทธรูปองค์นี้มีตำนานเล่าว่า ในสมัยก่อนที่การแพทย์ยังไม่เจริญนัก ได้เกิดโรคตาแดงระบาด ชาวบ้านจึงได้พากันมาบนบานศาลกล่าวว่า หากตาหายแดงเมื่อไหร่จะนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาขององค์พระศิลาแลง ปรากฏว่าชาวบ้านที่เป็นโรคตาแดงพากันหายจนเกือบหมดทั้งหมู่บ้าน จึงได้มีการนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาของพระศิลาแลงเต็มไปหมด ต่อมาพระครูธรรมสาคร ญาณวัฑฒโน หรือหลวงปู่กรับ หลังจากได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้หาอุบายเพื่อไม่ให้ญาติโยมปิดทองที่ตาองค์พระอีกต่อไป จึงได้นำแว่นดำมาใส่ให้พระศิลาแลง หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านเลยนำแว่นตามาถวายแทนการปิดทองที่ดวงตาพระพุทธรูปองค์นี้ไปโดยปริยาย และถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
22. วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร
ตั้งอยู่ติดแม่น้ำท่าจีน ถนนเศรษฐกิจ 1 ซอย 8 ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จากสำนักสงฆ์สู่วัดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถที่มีพญามารมุจรินทร์ 7 เศียร เป็นซุ้มสีมาบูรพาอยู่ด้านหน้า ภายในมีพระพุทธชินราชจำลองขนาดหน้าตัก 69 นิ้ว ประดิษฐานเป็นพระประธาน, ศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธหิรัญราชเป็นพระประธาน, ศาลาบูรพาจารย์ อันเป็นที่ประดิษฐานพระเกจิดัง 4 รูป ได้แก่ หลวงพ่อทวด สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พระไพโรจน์วุฒาจารย์และหลวงพ่อยี หรือเทียนพรรษาเล่มแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งวัดฐานได้ 44 นิ้ว สูง 4 เมตร 9 นิ้ว เป็นต้น
23. ตลาดริมคลองพ่อพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร
ที่เที่ยวสมุทรสาครน่าสนใจ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชน มากมายด้วยสินค้า บรรยากาศก็สุดชิล ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง ภายในตลาดละลานตาด้วยอาหาร ขนมไทย อาหารพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัด แน่นอนเลยว่าต้องไม่พลาดแวะมาชิม ชม และช้อปกับบรรยากาศชิล ๆ ริมคลอง ร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียวที่ดูแล้วเพลินตา นั่งแล้วสบายใจ นอกจากนี้ยังสามารถไปสักการะศาลเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ ทำบุญปล่อยปลา และเดินชมป่าชายเลนได้ด้วย เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดน้ำ พันท้ายนรสิงห์-ริมคลองสนามไชยPhanthai Norasing Floating Market
24. วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดบ้านแหลม ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรสมุทร ในเขตอำเภอแม่กลอง เป็นวัดสำคัญและมีชื่อเสียงของจังหวัดมาเป็นเวลานาน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของ "หลวงพ่อวัดบ้านแหลม" ที่ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดสมุทรสงคราม มีความเชื่อเล่าขานกันว่า ใครก็ตามที่ได้มีโอกาสมาสักการะและปิดทองที่องค์พระพุทธรูป จะบังเกิดความสิริมงคล และสมความปรารถนาที่ตั้งใจเอาไว้ โดยทุก ๆ ปีจะมีจะมีการจัดงานปิดทององค์หลวงพ่อ 3 ครั้ง ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายน ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ของชาวไทยและชาวรามัญ งานสารทเดือน 11 และช่วงเทศกาลตรุษจีน ใครผ่านไปผ่านมาอย่าลืมแวะเข้ามาสักการะกันได้
25. วัดบางกุ้ง จังหวัดสมุทรสงคราม
นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้เพลิดเพลินชมความสวยงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ทางด้านหลังของบริเวณวัดมีศาลที่ชื่อว่า "ศาลนางไม้เจ้าจอม" อันเป็นที่สักการะของบุคคลทั่วไป ส่วนบริเวณหน้าวัดด้านติดกับแม่น้ำแม่กลอง เป็นที่อยู่อาศัยของปลาจำนวนมาก จนได้ชื่อว่า "วังมัจฉา" มาเที่ยววัดนี้วัดเดียวรับรองว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
26. ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง มีอาณาเขตกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยื่นลึกออกไปยังทะเล เกิดเป็นตะกอนทับถมจากปากแม่น้ำผสมกับตะกอนจากทะเล จนเป็นสันดอนที่มีลักษณะเด่นที่พบได้ยากในเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่ของหอยนานาชนิด แต่พบว่าหอยหลอดมีจำนวนมากที่สุด ช่วงที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวดอนหอยหลอดมากที่สุดคือ ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำทะเลลดลงนานกว่าช่วงอื่น จนสามารถเห็นสันดอนที่โผล่พ้นน้ำออกมา โดยรอบบริเวณดอนหอยหลอดมีร้านค้าร้านอาหารให้ไว้บริการมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับลมเย็น ๆ เพลิน ๆ กินอาหารอร่อย ๆ แล้วหลับเอาแรงสักงีบก็ยังได้
27. ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ภาพจาก somchaiito / shutterstock.com
28. คลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม
29. วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา
สำหรับสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะในส่วนของวิหารจำลอง เนื่องจากทางคณะกรรมการวัดมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ แล้วสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้เพื่อเปิดให้ประชาชนได้นมัสการตามปกติ
30. วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ภาพจาก suronin / shutterstock.com
ตลาดสุดคลาสสิก ตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัด (สมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา) ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ มีสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามคลองประเวศบุรีรมย์เป็นเขตแดน ไม่ว่าใครที่มาเที่ยวที่นี่ เป็นต้องไม่พลาด "เป็ดพะโล้" ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ หรือเป็ดพะโล้เป็นตัว ๆ ขอบอกได้คำเดียวว่าอร่อยจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีของกินอร่อยขึ้นชื่ออีกมากมาย เช่น ไข่เค็ม, กุนเชียง, แคบหมู, ขนมเปี๊ยะ หรือจะเป็นพวกเบเกอรี่ ก็มีให้เลือกเอาไว้เป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดเก่าคลองสวน100ปี ฉะเชิงเทรา
32. วัดพราหมณี จังหวัดนครนายก
วัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา ทางไปน้ำตกสาริกา-นางรอง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มงคลที่ใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะเข้ามากราบไหว้ นั่นก็คือพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แดง หรือ "พระพุทธรูปปากแดง" ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ โดยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เลือกบริเวณที่ตั้งของวัดเป็นจุดพักทัพของกองพันทหารที่ 37 ซึ่งมีจุดหมายที่จะไปรวมพลกันที่บริเวณเขาชะโงก ทั้งนี้ได้ค้นพบโครงกระดูกของทหารญี่ปุ่นใกล้กับวัดพราหมณี ดังนั้นสมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จึงได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงทหารญี่ปุ่น
33. เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก

ภาพจาก Watcharin Tadsana / shutterstock.com
34. อุทยานวังตะไคร้ จังหวัดนครนายก
35. เขาช่องลม จังหวัดนครนายก
เขาช่องลม ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก สถานที่แห่งนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก ธรรมชาติที่นี่จึงยังสมบูรณ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายกรีน ที่อยากมาสัมผัสความเขียวขจีของภูเขาและลำธารไหลเย็นกันให้ชื่นฉ่ำหัวใจ ซึ่งการมาเที่ยวที่ช่องเขาลมนักท่องเที่ยวจะต้องนั่งเรือ (โดยมีจุดบริการที่เขื่อนขุนด่านปราการชล) ระยะทางจากเขื่อนมาถึงเขาช่องลม ใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยเรือจะแวะจุดท่องเที่ยวทั้งหมดด้วยกัน 4 จุด ได้แก่ น้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม, น้ำตกต้นน้ำ และน้ำตกช่องลม เป็นต้น
36. ตลาดเท่งเถิดเทิง ไนท์วินเทจ จังหวัดนครนายก
ตลาดเท่งเถิดเทิง ไนท์วินเทจ ตั้งอยู่บริเวณริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3049 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีลักษณะเป็นตลาดกลางคืน ออกแบบอย่างสวยงามในบรรยากาศย้อนยุค เต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีทั้งร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น, สินค้าแฮนด์เมด, กระเป๋าแฟชั่น, เครื่องประดับ, รองเท้าแฟชั่น, เคสโทรศัพท์, อุปกรณ์เกี่ยวกับโทรศัพท์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อาหารท้องถิ่น, ขนมหวาน, ร้านกาแฟ และอื่น ๆ อีกเพียบ
โดยปกติแล้วตลาดเท่งเถิดเทิง ไนท์วินเทจ จะเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันศุกร์ เปิดเวลา 17.00-21.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 17.00-23.00 น. สามารถเช็กตารางวันเปิดให้บริการได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดเท่งเถิดเทิง-ไนท์วินเทจ
39. วัดโบสถ์ จังหวัดปทุมธานี
ตั้งอยู่ที่อำเภอสามโคก ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเป็นวัดเก่าโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2164 โดยชาวมอญอพยพมาจากเมืองหงสาวดี สร้างไว้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองหงสาวดีด้วย อีกทั้งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ "หลวงพ่อเหลือ" และเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองปทุมธานี ส่วนไฮไลต์สำคัญของวัดแห่งนี้ คือ "รูปปั้นเหมือนของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)" องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความสูงถึง 28 เมตร และมีนักท่องเที่ยวนิยมกราบไหว้และมาสักการบูชาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี "พระแสงอาญาสิทธิ์" ของเก่าแก่จากรามัญ และช้างสี่เศียร ที่ใช้ติดตั้งประดับหัวเสาอายุ 150 ปี สร้างด้วยทองสำริดจัดแสดงให้ชมภายในวัดอีกด้วย

ภาพจาก Nokkapood1977 / shutterstock.com
40. ตลาดร้อยปีระแหง จังหวัดปทุมธานี
ตั้งอยู่ที่ริมคลองระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว เป็นตลาดโบราณริมน้ำอายุ 100 ปี ภายในเป็นห้องแถวที่สร้างด้วยไม้ติดต่อกัน เกิดจากการที่ผู้คนสมัยก่อนสัญจรทางเรือและทางรถไฟ โดยมีทางรถไฟสายแรก คือ สายตลาดระแหง-บางบัวทอง มาสิ้นสุดที่โรงเรียนวรพงษ์ ต่อมาการคมนาคมเจริญขึ้น มีถนนผ่านหน้าอำเภอ ผู้คนก็หันมาสัญจรทางรถยนต์กัน กิจการรถไฟก็ล้มเลิกไป แต่ยังคงเหลือตลาดเอาไว้ให้เป็นอนุสรณ์อยู่จนทุกวันนี้ นอกจากนี้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณตลาดระแหงยังมีการอนุรักษ์วิถีชีวิตริมคลอง และสถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม้หลังคาจั่ว อีกทั้งยังมีการจำหน่ายสินค้าเกษตร, ร้านยาจีนและยาแผนโบราณ, ร้านอาหาร, ร้านตัดผม รวมทั้งมีศาลเจ้าและโรงงิ้วภายในชุมชนอีกด้วย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดระแหง ปทุมธานี

ภาพจาก Sombat Muycheen / shutterstock.com
41. ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี
ตลาดบรรยากาศน่ารัก มีของกินให้เลือกซื้อมากมาย ตามแบบวิถีชาวบ้านที่เรียบง่าย ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้เห็นจะอยู่ที่ความเรียบง่าย ความเป็นกันเองของชาวบ้าน ที่ยังดำเนินวิถีชีวิตคู่ไปกับแม่น้ำลำคลอง ที่ยังคงความสวยงามของธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เดินเล่นชมตลาดเก่าดั้งเดิม พ่อค้าแม่ขายที่พายเรือมาขายของ ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้เลือกซื้อกันเต็มอิ่ม รวมถึงยังได้สัมผัสความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ไทยรามัญ ไทยจีน และไทยมุสลิม เป็นต้น ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่เป็นเวลานาน จนกลายเป็นเสน่ห์ของตลาดอิงน้ำสามโคก โดยเปิดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ แนะนำว่าให้มาช่วงเวลา 09.00-16.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดอิงน้ำสามโคก ชุมชนตลาดเก่าบางเตย
42. พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
พระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม อยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์เพียงแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการพระปฐมเจดีย์ ภายในพระราชวังสนามจันทร์มีพระที่นั่งและพระตำหนักที่สวยงามมากมาย อาทิ พระที่นั่งพิมานปฐม, พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี, พระที่นั่งวัชรีรมยา, พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์, พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย, พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์, พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์, พระตำหนักทับแก้ว, พระตำหนักทับขวัญ เป็นต้น
43. ตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 จังหวัดนครปฐม
ตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 ตั้งอยู่ที่ตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน เป็นตลาดเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี อยู่ติดกับริมแม่น้ำท่าจีน มีลักษณะเป็นชุมชนชาวจีน บ้านเรือนต่าง ๆ จะเป็นเรือนห้องแถวไม้เก่าผสมผสานสไตล์ไทยและจีน ชาวบ้านในชุมชนยังคงใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย บ้านไหนเคยเป็นร้านค้าก็จะเปิดขายของกันตามปกติ เราจะได้เห็นร้านค้าแบบโบราณ ทั้งร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านขายยา ร้านขายกาแฟ ร้านขายอาหาร แนะนำให้มาเที่ยวช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะร้านค้าต่าง ๆ จะเปิดขายกันอย่างคึกคัก บรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปอยู่ในช่วงสมัยก่อนเลยทีเดียวเชียว ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดบางหลวง ร.ศ.122
44. คลองมหาสวัสดิ์ จังหวัดนครปฐม

45. เถ้าฮงไถ่ จังหวัดราชบุรี
โรงงานเซรามิกเก่าแก่ของจังหวัดราชบุรี ที่ได้กลายมาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ เถ้าฮงไถ่ ตั้งอยู่ริมถนนเจดีย์หัก ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี บริเวณด้านหน้าของโรงงานถูกแต่งแต้มด้วยผลงานเซรามิกรูปทรงทันสมัยและสีสันสดใส มีร้านกาแฟเล็ก ๆ ให้ได้นั่งพักผ่อน เดินเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่โรงงานที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเที่ยวชม โดยสามารถเดินตามรอยเท้าน้องหมาได้เลย เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Tao Hong Tai Ceramics Factory
46. ตลาดน้ำหลักห้า จังหวัดราชบุรี
ตลาดน้ำที่ตั้งระหว่างรอยต่อ 2 จังหวัด คืออำเภอบ้านแพ้ว จังหวดสมุทรสาคร และอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ในอดีตตลาดแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คึกคักไปด้วยพ่อค้าแม่ขายที่พายเรือเข้ามาขายของกันอย่างคึกคัก ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจากความร่วมมือของชาวบ้านและชุมชน ทำให้ตลาดน้ำแห่งนี้ ฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งนักท่องเที่ยวยังได้สัมผัสบรรยากาศเก่า ๆ ชมข้าวของเครื่องใช้โบราณ เพลิดเพลินไปกับอาหารท้องถิ่น และชมวิถีชีวิตริมคลองแบบชิล ๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดน้ำหลักห้า
47. ตลาดสามชุกร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี

ภาพจาก Vassamon Anansukkasem / shutterstock.com
นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ให้เยี่ยมชมด้วย คือ "พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์" บ้านไม้เก่าแก่ มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ด้านในจัดแสดงเกี่ยวกับความสำคัญของลุ่มแม่น้ำท่าจีน ประวัติความเป็นมาของเมืองสามชุกและประวัติของบ้าน เดินเที่ยวชมกันได้แบบเพลิน ๆ เลยล่ะ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป
48. นาเฮียใช้ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย จังหวัดสุพรรณบุรี
นาเฮียใช้ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย - นาเฮียใช้
49. ทุ่งทานตะวัน จังหวัดลพบุรี
สถานที่ที่มีการเพาะปลูกทานตะวันมากที่สุดในประเทศไทย โดยปกติแล้วทุ่งดอกทานตะวันจะเริ่มเบ่งบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมกราคม เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวจะได้เต็มอิ่มกับการถ่ายรูปกับดอกทานตะวันสวย ๆ ทั้งในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี, อำเภอบ้านหมี่, อำเภอพัฒนานิคม, อำเภอโคกสำโรง, อำเภอชัยบาดาล และอำเภอท่าหลวง เป็นต้น
50. หาดบางแสน จังหวัดชลบุรี
หาดบางแสน สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยที่มีชื่อเสียงมาช้านาน มีถนนตัดเลียบชายหาด ซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและที่พัก มีเก้าอี้ผ้าใบสำหรับพักผ่อนรับประทานอาหารใต้ร่มเงาทิวมะพร้าว มีห่วงยางว่ายน้ำ บาบาน่าโบ๊ต จักรยานให้เช่า และห้องอาบน้ำจืด
หลังจากแวะที่เที่ยวและลงเล่นน้ำทะเลกันเกือบตลอดทั้งวัน ก่อนกลับอย่าลืมหาอะไรอร่อย ๆ กินกันก่อนนะ เพราะบางแสนเป็นอีกหนึ่งที่ที่อาหารการกินสมบูรณ์มาก ๆ บริเวณถนนบางแสนล่าง แถว ๆ หาดวอนนภา มีทั้งร้านอาหาร ร้านนมเก๋ ๆ อยู่เต็มไปหมด ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย จึงไม่ต้องแปลกใจที่ทุกวันหยุดจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถมาเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับได้สบาย ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก
thai.tourismthailand.org, innnews.co.th, lopburi.doae.go.th
