ข้ามไปเนื้อหา

ชะฮาดะฮ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ชะฮาดะฮ์ในรูปอักษรวิจิตร

ชะฮาดะฮ์ (อาหรับ: الشَّهَادَةُ อัชชะฮาดะฮ์; เสียงอ่านภาษาอาหรับ: [aʃʃahaːdatʊ], 'การปฏิญาณ')[note 1] เป็นคำปฏิญาณและหลักความเชื่อของศาสนาอิสลาม และเป็นหนึ่งในห้าเสาหลักของอิสลามกับส่วนหนึ่งของอะษาน อ่านว่า: "ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์" ชะฮาดะฮ์ประกาศความเชื่อในความเป็นเอกะ (เตาฮีด) ของพระผู้เป็นเจ้า และการยอมรับว่ามุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์ มุสลิมชีอะฮ์บางคนยังเพิ่มประโยคความเชื่อในความเป็นวะลีของอะลี[1] แต่ไม่ถือว่าเป็นส่วนที่ต้องมีตอนเข้ารับอิสลาม[2] ตามแนวทางสำนักดั้งเดิมส่วนใหญ่ การกล่าวชะฮาดะฮ์อย่างซื่อสัตย์เพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วที่บุคคลหนึ่งจะกลายเป็นมุสลิม[3]

การปฏิญาณ

[แก้]

คำประกาศอ่านได้ ดังนี้:[4][5][6][7][8]

لَا إِلَٰهَ إِلَّا ٱللَّٰهُ‎

แปลตรงตัว 'ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์'

مُحَمَّدٌ رَسُولُ ٱللَّٰهِ‎

สองประโยคข้างบนโดยทั่วไปมักนำหน้าด้วยวลี อัชฮะดุอัน (แปลตรงตัว 'ฉันของปฏิญาณว่า') ซึ่งเขียนในรูปเต็มดังนี้:

أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَٰهَ إِلَّا ٱللَّٰهُ وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ ٱللَّٰهِ‎

แปลตรงตัว 'ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์'
เสียงอ่านⓘ

การอ่าน

[แก้]

การอ่านชะฮาดะฮ์เป็นคำประกาศความศรัทธาที่พบได้บ่อยที่สุดสำหรับมุสลิม ทั้งซุนนี[9]และชีอะฮ์สิบสองอิมามกับอิสมาอีลียะฮ์[10]มองเป็นหนึ่งในห้าเสาหลักของอิสลาม พ่อจะกระซิบวลีนี้ที่หูของเด็กแรกเกิด[9] และกระซิบที่หูของบุคคลที่กำลังเสียชีวิต[11] การละหมาดห้าครั้งทุกวันรวมการอ่านชะฮาดะฮ์[12] การอ่านชะฮาดะฮ์ยังเป็นขั้นตอนเดียวในการเข้ารับอิสลามอย่างเป็นทางการ[9] โอกาสนี้มักดึงดูดพยานและบางครั้งรวมถึงการเฉลิมฉลองเพื่อต้อนรับผู้เปลี่ยนมานับถือศาสนาใหม่ของพวกเขา[13] ตามความสำคัญของแนวคิดเรื่องเจตนา (อาหรับ: نِيَّة, นียะฮ์) ในหลักคำสอนศาสนาอิสลาม การอ่านชะฮาดะฮ์ต้องสะท้อนความเข้าใจถึงความสำคัญและความจริงใจจากใจจริง[14][15] เจตนาคือสิ่งที่ทำให้การกระทำที่แสดงความศรัทธาแตกต่างจากการกระทำทางโลก และการอ่านชะฮาดะฮ์แบบง่าย ๆ แตกต่างจากการกล่าวในฐานะกิจกรรมเชิงพิธี[14][15]

การใช้ในธง

[แก้]
ธงกองทหารออตโตมันเติร์กพร้อมธงชาติตุรกีออตโตมัน

ชะฮาดะฮ์พบได้ในธงอิสลามบางผืน เช่น ฝ่ายวะฮาบีใช้ชะฮาดะฮ์บนธงของตนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18[16] กองทัพออตโตมันมักใช้ข้อความจากอัลกุรอานและชะฮาดะฮ์บนธงของตน ประเพณีนี้ยังคงดำเนินต่อไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อตุรกีออตโตมันเข้าร่วมสงครามฝ่ายมหาอำนาจกลางใน ค.ศ. 1914 พวกเขาได้ประกาศญิฮาดต่อต้านรัฐไตรภาคี กองทัพตุรกีออตโตมันสมัยใหม่ใช้ตราแผ่นดินออตโตมันด้านหนึ่งของธงประจำกองทหารมาตรฐาน และชะฮาดะฮ์อีกด้านหนึ่ง ธงประจำกองทหารออตโตมันประกอบด้วยตัวอักษรสีทองและตราแผ่นดินบนพื้นสีแดง หลังจักรวรรดิถูกยุบใน ค.ศ. 1922 ประเพณีนี้ยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่งในตุรกีสมัยใหม่[17]

ใน ค.ศ. 1902 อิบน์ ซะอูด ผู้นำราชวงศ์ซะอูดและผู้ก่อตั้งประเทศซาอุดีอาระเบียในอนาคต เพิ่มดาบลงในธงของพระองค์[16] ธงชาติซาอุดีอาระเบียสมัยใหม่เริ่มใช้ใน ค.ศ. 1973[18] ธงชาติโซมาลีแลนด์มีแถบแนวนอนสีเขียว ขาว และแดง โดยมีชะฮาดะฮ์สีขาวบนแถบสีเขียว[19]

ธงชาติอัฟกานิสถานภายใต้ตอลิบานใช้ธงขาวที่มี ชะฮาดะฮ์ สีดำ ธงดำญิฮาดที่ผู้ก่อความไม่สงบอิสลามใช้ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 2000 มักตามรูปแบบนี้ ใน ค.ศ. 2006 รัฐอิสลามอิรักออกแบบธงโดยใช้วลี ชะฮาดะฮ์ สีขาวบนพื้นหลังสีดำ ฟอนต์ที่ใช้คาดว่าคล้ายกับฟอนต์ที่ใช้ในตราบนจดหมายต้นฉบับที่เขียนในนามของมุฮัมมัด[20]

ตัวอย่างธง

[แก้]

ธงทหารที่มีชะฮาดะฮ์

[แก้]

ธงชาติที่มีชะฮาดะฮ์

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ↑ อัชชะฮาดะตาน (الشَّهَادَتَانِ, คำปฏิญาณทั้งสอง"); หรือ กะลิมะตุชชะฮาดะฮ์ (كَلِمَةُ ٱلشَّهَادَةِ, "คำปฏิญาณ")

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ The Later Mughals by William Irvine p. 130
  2. ↑ "When becoming a Muslim, is it essential to include 'Aliyyun waliullah' in the Kalima?". al-islam.org. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. ↑ Illustrated Dictionary of the Muslim World. Marshall Cavendish. 2011. ISBN 978-0-7614-7929-1.
  4. ↑ Malise Ruthven (มกราคม 2004). Historical Atlas of Islam. Harvard University Press. น. 14. ISBN 978-0-674-01385-8. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 กันยายน 2015. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2015.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. ↑ Richard C. Martín. Encyclopedia of Islam & the Muslim World. Granite Hill Publishers. น. 723. ISBN 978-0-02-865603-8.[ลิงก์เสียถาวร]
  6. ↑ Frederick Mathewson Denny (2006). An Introduction to Islam. Pearson Prentice Hall. น. 409. ISBN 978-0-13-183563-4. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 สิงหาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2017.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. ↑ Mohammad, Noor (1985). "The Doctrine of Jihad: An Introduction". Journal of Law and Religion. 3 (2): 381–397. doi:10.2307/1051182. JSTOR 1051182. S2CID 159793899.
  8. ↑ ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2552. 734 หน้า. หน้า 85. ISBN 978-616-7073-03-3
  9. 1 2 3 Cornell 2007, p. 8.
  10. ↑ "Seeking the Straight Path: Reflections of a New Muslim". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 กรกฎาคม 2007. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. ↑ Azim Nanji (2008). The Penguin Dictionary of Islam. Penguin UK. น. 101. ISBN 978-0-14-192086-3. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2015.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. ↑ Cornell 2007, p. 10.
  13. ↑ Cornell 2007, p. 9.
  14. 1 2 Andrew Rippin (2005). Muslims: Their Religious Beliefs and Practices. Psychology Press. น. 104–105. ISBN 978-0-415-34888-1. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2015.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. 1 2 Ignác Goldziher (1981). Introduction to Islamic Theology and Law. Princeton University Press. น. 18–19. ISBN 978-0-691-10099-9. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2015.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. 1 2 Firefly Books (2003). Firefly Guide to Flags of the World. Firefly Books. ISBN 978-1-55297-813-9. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 มิถุนายน 2018. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2018.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. ↑ "Regimental standard the 46th Turkish Infantry Regiment captured near Damascus, 1918" (ภาษาอังกฤษ). Australian War Memorial. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 ธันวาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2024. The other side of the standard is also embroidered in gold and shows two texts from the Koran written in arabic script. They translate as 'There is no god but God' and 'Mohammed, the Messenger of God'. The standard would originally have been attached to a pole surmounted by a nickel plated crescent moon and brass star. Two gold bullion and crimson silk cords and tassels would also have been attached to the pole. The side of the standard bearing the sultan's toghra has been damaged by over-exposure to light.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. ↑ "Saudi Arabia Flag and Description". World Atlas. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. ↑ James B. Minahan (30 พฤษภาคม 2002). Encyclopedia of the Stateless Nations: Ethnic and National Groups Around the World A-Z. Greenwood Publishing Group. น. 806. ISBN 978-0-313-07696-1.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. ↑ McCants, William (22 กันยายน 2015). "How ISIS Got Its Flag". The Atlantic. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2015. สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

ข้อมูล

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]