"ทรัมป์" ส่งสัญญาณ VETO สกัดเดโมแครต หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม

ต่างประเทศ
12:26
จำนวนผู้ชม 1,065
Thai PBS
"ทรัมป์" ส่งสัญญาณ VETO สกัดเดโมแครต หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม

วันนี้ (4 พ.ย.2569) ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา 2026 อย่างไม่เป็นทางการชี้ชัด พรรครีพับลิกันต้องสูญเสียเสียงข้างมาก ให้กับพรรคเดโมแครต แต่สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว คำว่า "พ่ายแพ้" ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมทางการเมืองของเขา

ล่าสุด ทรัมป์ ตอบโต้ความพ่ายแพ้ด้วยการแสดงท่าทีไม่ยอมจำนนอย่างชัดเจน เริ่มจากการโพสต์รูปภาพหมวกสีแดงปักข้อความว่า "VETO" บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อช่วง 23.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือ 11.40 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยไร้แคปชันใด ๆ

ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองถึงฝ่ายตรงข้ามว่า เขาไม่สนใจว่าสภาคองเกรสจะเปลี่ยนเป็นของพรรคใด เพราะอำนาจเด็ดขาดในการยับยั้งกฎหมาย และการปกครองประเทศยังคงอยู่ในมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว

"ทรัมป์" ส่งสัญญาณ VETO สกัดเดโมแครต หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม

"ทรัมป์" ส่งสัญญาณ VETO สกัดเดโมแครต หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม

ท่าทีดังกล่าว ยังได้รับการตอกย้ำผ่านการสัมภาษณ์พิเศษทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว CBS News ก่อนปิดหีบเลือกตั้ง ซึ่งทรัมป์ปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกัน อย่างสิ้นเชิง เขาระบุบน Truth Social อย่างดุเดือดว่า "ตัวเขาไม่ได้มีชื่ออยู่บนบัตรเลือกตั้ง และถ้าหากเขาลงสมัครด้วย พรรครีพับลิกันจะต้องชนะอย่างถล่มทลายแน่นอน"

นอกจากนี้ เขายังปัดตกข้อกังวล เรื่องการสูญเสียดุลอำนาจในสภา โดยอ้างว่าเขายินดีและพร้อมอย่างยิ่งที่จะรับฉายา "Mr.Veto" เพื่อใช้อำนาจยับยั้งกฎหมายทุกฉบับ ที่พรรคเดโมแครตพยายามผลักดัน โดยเชื่อมั่นว่าการใช้อำนาจวีโต้ จะบล็อกงานสภาฯ ไป 1-2 เดือน จะบีบให้ฝ่ายตรงข้ามที่เขามองว่าไม่มีทางเลือก ต้องยอมสยบ และเดินเข้ามาขอเจรจาตกลงกับเขาเอง

นอกจากจะไม่ยอมรับผลลบทางการเมืองแล้ว ทรัมป์ยังแสดงความท้าทายต่อระบบตรวจสอบของรัฐสภา โดยอ้างอิงถึงคำตัดสินของศาลฎีกาด้วยมติ 6 ต่อ 3 ในคดี Trump v. Slaughter จากช่วงต้นปี

เขามองว่าเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ที่มอบ "อำนาจมหาศาล" ให้ฝ่ายบริหารสามารถปลดเจ้าหน้าที่ และเข้าควบคุมองค์กรอิสระ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลกลางได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่ต้องแคร์ว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา จะมีพรรคใดถือเสียงข้างมากก็ตาม

ซึ่งขณะนี้ทีมงานระดับสูงในทำเนียบขาวอย่าง สตีเฟน มิลเลอร์ และ รัสเซลล์ วอต เตรียมแผนใช้อำนาจสั่งการบริหารลัดขั้นตอนสภาฯ เพื่อเดินหน้านโยบายการค้า การควบคุมพรมแดน และ การบริหารประเทศ ตามวาระของทรัมป์ต่อไป โดยไม่สนคำทัดทาน

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังคงยกตนเองเป็นศูนย์กลางของความสำเร็จ โดยอ้างว่าการเดินสายหาเสียงถึง 33 ครั้งใน 29 วันของเขานั้น คือสิ่งที่กอบกู้พรรครีพับลิกัน ไม่ให้พังทลายจากกระแส "คลื่นสีน้ำเงิน" (Blue Wave) ตามที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ และยืนยันคำเดิมว่า "เราจะไม่ขายหน้าอย่างแน่นอน"

พร้อมทั้งเบี่ยงเบนประเด็น ไปพูดถึงผลงานการปรับปรุงภูมิทัศน์ และบูรณะทำเนียบขาวที่เขาภาคภูมิใจ และกล่าวถึงอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ว่าปล่อยให้ทำเนียบขาวทรุดโทรม

สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมทางการเมือง ที่เป็นเอกลักษณ์ของทรัมป์ นั่นคือการไม่ยอมรับความผิดพลาด ปฏิเสธความพ่ายแพ้ และพร้อมจะเปลี่ยนทุกสถานการณ์ให้กลายเป็นเวทีแสดงอำนาจของตนเองเสมอ

อ่านข่าว :

กมธ.กฎหมายปะทะคารม "สส.ภูมิใจไทย" ซัด "รังสิมันต์" รวบอำนาจ

ปภ.เร่งเยียวยานักกอล์ฟเยาวชนถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต เข้าหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ 2 ล้าน

ผบช.ก.ย้ำยึดหลักฐานทางบัญชี "มูลนิธิองค์กรทำดี" เอาผิดบุคคลรู้เห็น ยันไร้ทหารเรือเกี่ยวข้อง