เลือกตั้งกลางเทอมยุคทรัมป์ 2.0 จับตาชัยชนะ "เดโมแครต-รีพับลิกัน" สะเทือนโลก

ต่างประเทศ
08:09
จำนวนผู้ชม 5,431
Thai PBS
เลือกตั้งกลางเทอมยุคทรัมป์ 2.0 จับตาชัยชนะ "เดโมแครต-รีพับลิกัน" สะเทือนโลก
ผู้ช่วย AI

การเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐอเมริกา เข้าสู่โค้งสุดท้าย โดยพรรครีพับลิกันส่ง "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงพื้นที่หาเสียงในแคนซัสและไอโอวา โดยทรัมป์ประกาศกลางเวทีหาเสียงเวทีสุดท้ายที่แคนซัส ว่า รีพับลิกันจะได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ

ขณะที่ชาวอเมริกันตามรัฐต่างๆ ทยอยออกไปใช้สิทธิล่วงหน้าจำวนมาก ซึ่งตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศสูงทำสถิติทะลุ 54 ล้านคน โดยเฉพาะในรัฐสมรภูมิชิงเก้าอี้ สว. และจำนวนมากเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนเดโมแครต หลังจากตลอดช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา รีพับลิกันครองเสียงข้างมากในทั้ง 2 สภา เปิดทางให้ทรัมป์ผลักดันนโยบายต่างๆ ได้อย่างราบรื่น

การเลือกตั้งรอบนี้ ชิงเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งผลสำรวจหลายสำนักชี้ตรงกันว่า เดโมแครตมีแนวโน้มแย่งชิงเสียงส่วนใหญ่มาจากมือของรีพับลิกันได้ แต่ต้องลุ้นกันในสนามวุฒิสภาที่จะชิงกัน 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ขณะที่ 65 ที่นั่งที่ไม่ได้เลือกใหม่ แบ่งเป็นเดโมแครต 34 ที่นั่งและรีพับลิกัน 31 ที่นั่ง

ขณะนี้ยังไม่มีใครฟันธงว่าพรรคไหนจะคว้าเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาไปครอง โดย 35 ที่นั่งที่มีการช่วงชิงกัน มีมากถึง 11 ที่นั่งที่คะแนนของผู้แทนจาก 2 พรรคคู่คี่สูสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิชิแกน โอไฮโอ ไอโอวา แคนซัส เมน หรือแม้แต่เท็กซัส ที่อาจพลิกโผได้ในวินาทีสุดท้าย

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

การเลือกตั้งกลางเทอมยุคทรัมป์ 2.0 เกิดขึ้นท่ามกลางความหวังว่า การสูญเสียแรงหนุนจากคองเกรส อาจช่วยชะลอนโยบายบางเรื่องของรัฐบาลทรัมป์ หรือลดผลกระทบที่จะเกิดกับทั้งโลกไปได้บ้าง เรื่องแรกคือกำแพงภาษี โดยนับตั้งแต่ทรัมป์เปิดศึกภาษีกับทั้งโลก สภาคองเกรสที่มีรีพับลิกันคุมเสียงข้างมาก แทบไม่ยื่นมือเข้ามาแตะในเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นประเด็นที่เรียกเสียงวิจารณ์จากทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่พันธมิตรของสหรัฐฯ เพราะเจ็บตัวกันไปถ้วนหน้า

ดังนั้น หากเดโมแครตกลับมาคุมคองเกรสได้อีกครั้ง แม้จะไม่สามารถขวางภาษีทรัมป์ได้เต็มร้อย แต่สามารถโหวตเพื่อแสดงจุดยืนเชิงสัญลักษณ์ได้ และสามารถเรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาให้ข้อมูล หรือสอบสวนนโยบายการค้าของรัฐบาลได้ด้วย ซึ่งหากทำได้ดีก็อาจส่งผลดีต่อการเลือกตั้งในปี 2028

หากพ่ายศึกเลือกตั้งกลางเทอม รัฐบาลทรัมป์คิดวิธีแก้เกมไว้หลักๆ 2 วิธี วิธีแรกคือการใช้อำนาจลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ซึ่งทรัมป์ใช้วิธีนี้มาตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด โดยในเวลาไม่ถึง 2 ปี ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารไปแล้วอย่างน้อย 292 ฉบับ ตั้งแต่เรื่องภาษี การจัดการผู้อพยพ การลดจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ ไปจนถึงการผลักดันนโยบายต่างประเทศ ตัวเลขนี้ถือเป็นจำนวนที่มากกว่าตอนทรัมป์นั่งเก้าอี้ผู้นำสมัยแรก ซึ่งขณะนั้นลงนาม 220 ฉบับในเวลา 4 ปี หรือในยุคโจ ไบเดน ลงนาม 162 ฉบับ

ส่วนวิธีที่ 2 ทรัมป์ออกตัวว่า จะเป็น Mr.Veto หากเดโมแครตชนะ โดยทรัมป์จะใช้อำนาจวีโต้ ปัดตกทุกเรื่องที่คองเกรสส่งเข้าทำเนียบขาว วิธีนี้หากเดโมแครตไม่ได้เสียงเกิน 2 ใน 3 จากทั้ง 2 สภาก็จะทำอะไรทรัมป์ไม่ได้ และจากการประเมินในขณะนี้เสียงเดโมแครตในสภาก็ไม่น่าจะถึง

นอกจากเรื่องกำแพงภาษีแล้ว นโยบายสงครามของทรัมป์ 2.0 ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สะเทือนไปทั้งโลก อย่างสงครามอิหร่าน แม้จะขัดขวางไม่ได้เพราะทรัมป์ Bypass คองเกรส แต่หากเดโมแครตชนะเลือกตั้ง อาจใช้วิธีตีชิ่งด้วยการผลักดันการตัดลดงบกลาโหม เพื่อกดดันให้ทรัมป์ขยับตัวทำสงครามได้ลำบากกว่าเดิม หรือใช้วิธีเรียกเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลเข้าให้การเรื่องแผนสงครามอิหร่าน เพื่ออาศัยกระแสสังคมช่วยกดดันจากนอกสภา

ส่วนสงครามรัสเซีย-ยูเครน มีความเป็นไปได้ที่คองเกรสภายใต้การนำของเดโมแครต อาจเร่งกระบวนการสนับสนุนความช่วยเหลือทางทหารให้กับยูเครน หลังจากถูกทรัมป์เตะตัดขาอยู่หลายครั้ง และไม่นับการระงับมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียด้วย นอกจากนี้ คองเกรสหลังเลือกตั้งกลางเทอม อาจแตะไปถึงประเด็นเรื่องการผลักดันการจำกัดความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่อิสราเอล การฟื้นโครงการช่วยเหลือต่างชาติและอื่นๆ

อ่านข่าว :

ชาวอเมริกันเลือกตั้งล่วงหน้าสูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 54 ล้านคน

อิหร่านเตือนสงครามกับสหรัฐฯ ระลอกใหม่ จ่อลากยาว

"โจมตีไซเบอร์" ป่วนยุโรปพุ่งเป้า "ระบบตู้แช่เย็น" อุณหภูมิสูง 50 องศาฯ