AI บูม ดันส่งออกไทยโต 22% แต่เศรษฐกิจยังเป็น K-Shape?
กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 โต 2.4-2.6% ส่งออกพุ่ง 18-22% เตือนเศรษฐกิจยังโตแบบ K-Shape
กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 69 โต 2.4-2.6% ส่งออกพุ่ง 18-22% รับอานิสงส์ลงทุน AI
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยที่ประชุมประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก พร้อมสะท้อนโอกาสและความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ชูโอกาส Second Take-off ดึงลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต
กกร. มองว่า การประชุม IMF-World Bank Group 2026 ที่เพิ่งเสร็จสิ้น เป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการสร้างการเติบโตระลอกใหม่ หรือ Second Take-off โดยไทยสามารถยกระดับบทบาทเป็น Trusted Connector หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงการลงทุนระลอกใหม่ ทั้งในอุตสาหกรรมอนาคตที่สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และการลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อผลักดันประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ทั้งนี้ กกร. พร้อมร่วมขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามแนวทาง Reinvent Thailand ผ่านกลไก กรอ. เพื่อยกระดับผลิตภาพและทุนมนุษย์ สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่ง ยั่งยืน และทั่วถึงมากขึ้น
ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 69 โต 2.4-2.6% ส่งออกโตสูงสุด 22%
กกร. ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยคาดการณ์ GDP เติบโต 2.4-2.6% จากเดิม 2.1-2.5% หลังการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ทำให้เห็นภาพภาคการผลิตของไทยชัดเจนขึ้น โดยดัชนี MPI ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 2.6% สวนทางกับดัชนีเดิมที่สะท้อนว่าภาคการผลิตหดตัว
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่ขยายตัวสูงถึง 18.9% สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เร่งตัวขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงการส่งออกที่เติบโตสูงในปีนี้ สะท้อนว่าดัชนี MPI ใหม่สามารถสะท้อนแนวโน้มการผลิตที่สอดรับกับกระแสดิจิทัลของโลก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกและเศรษฐกิจไทยได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ กกร. ยังปรับเพิ่มประมาณการส่งออกปี 2569 เป็นเติบโต 18-22% จากเดิม 12-16% ขณะที่ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อเหลือ 2.1-2.5% จากเดิม 2.5-3.0%
เตือนเศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shape กลุ่ม AI ได้ประโยชน์ แต่ธุรกิจฐานรากยังเหนื่อย
แม้ภาพรวมภาคการผลิตและการส่งออกจะปรับตัวดีขึ้น แต่ กกร. แสดงความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่มีลักษณะ K-Shape ชัดเจนมากขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจขาขึ้นได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุน AI และ Data Center ของโลก แต่ยังมีข้อจำกัดในการส่งผ่านผลดีสู่เศรษฐกิจไทย เนื่องจากมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบนำเข้าสูงถึงประมาณ 60%
ขณะที่ธุรกิจกลุ่มขาล่างยังเผชิญปัญหากำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอ ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึง
กกร. จึงเห็นความจำเป็นในการเร่งเชื่อมโยงการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จาก AI และ Data Center ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยต้องสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ เพิ่มการจ้างงานคนไทย และใช้ห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการไทยมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจกลุ่มขาล่าง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์จากการลงทุนและการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้น
เศรษฐกิจโลกเสี่ยงสูงขึ้น น้ำมันพุ่ง 105-110 ดอลลาร์ กดดันค่าครองชีพ
สำหรับเศรษฐกิจโลก กกร. ประเมินว่าความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูงประมาณ 105-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลต่อเนื่องไปยังภาระค่าครองชีพและแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ภาครัฐในหลายประเทศมีข้อจำกัดในการใช้มาตรการทางการคลังมากขึ้น จนเกิดกระแสการชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป
ส่วนตลาดการเงินยังเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงภาวะฟองสบู่ในกลุ่มธุรกิจ AI ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า
หนุนขึ้นภาษี EV นำเข้าสำเร็จรูป 35% ฟื้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
อีกประเด็นสำคัญ กกร. สนับสนุนแนวทางของภาครัฐในการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และ REEV ที่นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) เป็น 35% โดยมองว่าเป็นกลไกเชิงนโยบายที่ช่วยสนับสนุนภาคการผลิตและการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทย
เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทย มีมูลค่าคิดเป็นประมาณ 10% ของ GDP และสร้างการจ้างงานกว่า 800,000 คน รวมถึงมีผู้ประกอบการ SMEs ในห่วงโซ่อุปทานมากกว่า 3,000 ราย
กกร. คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2570 เติบโตไม่น้อยกว่า 7% ต่อปี และผลักดันยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศให้กลับขึ้นสู่ระดับ 1.55 ล้านคันต่อปี
นอกจากนี้ ยังเป็นแรงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตและชิ้นส่วนมูลค่าเพิ่มสูง เช่น E-Parts และ CAV รวมถึงช่วยดึงดูดการลงทุนจากพันธมิตรระดับโลก ทั้งการตั้งฐานการผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและผลักดันไทยสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ระดับสากล
กกร. หนุนปราบโรงงานผิดกฎหมาย ย้ำเอกชนไม่ปกป้องผู้กระทำผิด
ขณะเดียวกัน กกร. แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อปัญหากากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมในการควบคุม ตรวจสอบกากอุตสาหกรรมนำเข้า และปราบปรามโรงงานที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกรณีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม
พร้อมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเป็นธรรม รวมถึงการสั่งปิดโรงงานหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยยืนยันหลักการว่า ภาคเอกชนจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายต้องไม่เสียเปรียบผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
ทั้งนี้ กกร. เตรียมหารือเพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่ เพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB