หนีความวุ่นวายไปฮีลใจ! รวม 7 พิกัดเดินป่า-กางเต็นท์ วิวหลักล้าน เดินทางง่าย มือใหม่ก็ไปได้ พร้อมเคล็ดลับเที่ยวแบบมือโปร
7 พิกัดเดินป่า-กางเต็นท์ วิวหลักล้าน ธรรมชาติฮีลใจ
เตรียมตัวก่อนลุย: เดินป่า-กางเต็นท์ให้ปลอดภัย
การจัดอุปกรณ์ที่เหมาะสมช่วยให้การพักผ่อนเป็นไปอย่างราบรื่น นี่คือลิสต์ที่ควรนำไปและสิ่งที่ควรตัดออก
| หมวดหมู่ | สิ่งที่ควรพก | สิ่งที่ควรตัดออก |
|---|---|---|
| อุปกรณ์นอน | เต็นท์น้ำหนักเบา, ถุงนอน, แผ่นรองนอน | เต็นท์ขนาดใหญ่พิเศษ, หมอนใบใหญ่ |
| เครื่องแต่งกาย | ชุดผ้าแห้งไว, เสื้อกันลม, รองเท้าเดินป่า | กางเกงยีนส์, รองเท้าแฟชั่น |
| อาหาร/น้ำ | อาหารกึ่งสำเร็จรูป, อุปกรณ์กรองน้ำ | ขนมซองขนาดใหญ่, อาหารสด |
- Pro Tip: พกพาวเวอร์แบงก์ความจุสูงและไฟฉายคาดหัวเสมอ เนื่องจากในป่าไม่มีไฟฟ้าและแบตเตอรี่มือถือมักหมดเร็วกว่าปกติจากการค้นหาสัญญาณ
7 พิกัดเดินป่า-กางเต็นท์ วิวหลักล้าน
1.ดอยม่อนจอง
ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงราว 1,929 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นพื้นที่ทุ่งหญ้าบนสันเขาขนาดใหญ่ ไฮไลท์คือทุ่งหญ้าสีทองอร่ามและ "ผาหัวสิงห์"
- ช่วงเวลาเปิดเที่ยว: เปิดให้ขึ้นเฉพาะช่วง เดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปีเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าและให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว ช่วงที่สวยที่สุดคือเดือนธันวาคมถึงมกราคมเพราะอากาศหนาวจัดและดอกกุหลาบพันปีเริ่มบาน
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่เปิดป่าใหม่ๆ หญ้าอาจจะยังเขียวผสมทอง แต่ถ้าอยากได้ฟีลทุ่งหญ้าสีเหลืองทองแบบสไตล์สะวันนาแอฟริกาแท้ๆ แนะนำให้มาช่วงธันวาคมถึงมกราคม แต่อุณหภูมิกลางคืนจะติดลบหรือใกล้เคียงเลขตัวเดียว ต้องเตรียมใจเรื่องความหนาวให้ดี
ข้อมูลการเดินทางสู่จุดเริ่มต้น
การเดินทางค่อนข้างใช้เวลาและมีความทบถันทอพอสมควร เริ่มจากขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยหรือจุดนัดพบบ้านมูเซอ (ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง) จากนั้นต้องติดต่อใช้บริการรถกระบะโฟร์วีล (4WD) ของชุมชนเพื่อลุยทางวิบากต่อไปยังจุดเริ่มเดินเท้าอีกราว 1-2 ชั่วโมง
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ทางนั่งรถโฟร์วีลคือบททดสอบแรกที่สะบัดสะเทือนไตมาก ทางเป็นดินแดงหลุมบ่อและชัน แนะนำให้นั่งรถกระบะแถวหลังเกาะแน่นๆ และใครที่เป็นคนเมารถ "ยาแก้เมารถ" คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามลืมเด็ดขาด
ข้อมูลการเดินป่าและเส้นทางพิชิตยอดดอย
เส้นทางเดินเท้าจากจุดจอดรถถึงจุดกางเต็นท์มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง ทางเดินช่วงแรกจะเป็นทางราบสลับเนินชันเบาๆ เดินลัดเลาะไปตามสันเขาและป่าโปร่ง ก่อนจะถึงลานกางเต็นท์ และต้องเดินเท้าต่ออีกราว 1 กิโลเมตรเพื่อขึ้นไปชมวิวบนยอดผาหัวสิงห์
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: แม้ระยะทางดูเหมือนสั้นแค่ 4 กิโลเมตร แต่ช่วงท้ายก่อนถึงจุดกางเต็นท์จะมีเนินวัดใจที่ชันเอาเรื่อง การพก Trekking Pole (ไม้เท้าเดินป่า) จะช่วยเซฟแรงขาและหัวเข่าได้ดีเยี่ยม และช่วงเดินขึ้นผาหัวสิงห์ตอนเย็น ลมบนสันเขาจะแรงมากจนทรงตัวลำบาก แนะนำให้ใส่เสื้อกันลมและระมัดระวังการเดินริมหน้าผา
ข้อมูลจุดกางเต็นท์และการใช้ชีวิตบนดอย
ลานกางเต็นท์ของม่อนจองจะอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำหรือพื้นที่ราบใกล้ยอดดอย เป็นจุดกางเต็นท์กลางธรรมชาติท่ามกลางหุบเขา ไม่มีบ้านพักหรือสิ่งอำนวยความสะดวกสบายใดๆ ไฟฟ้าไม่มี (ต้องพก Power Bank ไปเอง) และมีห้องน้ำเป็นห้องส้วมหลุมชั่วคราว ไม่มีน้ำให้อาบ
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ลมตอนกลางคืนที่จุดกางเต็นท์แรงและหนาวจัดมาก เต็นท์ต้องผูกเชือกขึงสมบกให้แน่นหนา ไม่อย่างนั้นอาจนอนไม่หลับเพราะเสียงฟلایวพัดเต็นท์สะบัดทั้งคืน ส่วนเรื่องห้องน้ำและการชำระร่างกาย ให้เตรียมทิชชูเปียกและโฟมอาบน้ำแบบไม่ต้องใช้น้ำล้างมาให้พร้อม เพราะอากาศหนาวจนไม่มีใครอยากโดนน้ำแน่นอนครับ
2. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ตั้งอยู่ในพื้นที่อำูเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ (มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาว) มีจุดสูงสุดอยู่ที่ 2,102 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไฮไลท์สำคัญคือ "ลานสนสามใบ" ขนาดใหญ่บนยอดดอย และน้ำตกภูสอยดาว 5 ชั้นอันสวยงาม
- ช่วงเวลาเปิดเที่ยว: ปกติอุทยานฯ จะเปิดให้ขึ้นลานสนช่วง เดือนกรกฎาคม – มกราคม ของทุกปี โดยช่วงหน้าฝน (กรกฎาคม - สิงหาคม) จะเด่นเรื่องดอกไม้ป่าอย่าง "ดอกหงอนนาค" และความเขียวขจี ส่วนช่วงหน้าหนาว (พฤศจิกายน - มกราคม) จะอากาศหนาวจัดและมีทะเลหมอก
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ถ้าคุณชอบความเขียวชะอุ่มและทุ่งดอกหงอนนาคบานสะพรั่ง ต้องไปช่วงหน้าฝน (เตรียมใจเจอฝนและโคลน) แต่ถ้าอยากได้ฟีลหนาวสะใจ ชมพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางป่าสน แนะนำให้มาช่วงพฤศจิกายนเป็นต้นไปครับ
ข้อมูลการเดินทางสู่จุดเริ่มต้น
การเดินทางเริ่มต้นจากตัวเมืองอุตรดิตถ์หรือจังหวัดพิษณุโลก มุ่งหน้าสู่อำเภอน้ำปาดและอำเภอชาติตระการ จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากตัวเมือง จากนั้นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ชำระค่าธรรมเนียม และเตรียมตัวเดินเท้าขึ้นสู่ลานสน
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: การเดินทางช่วงโค้งขึ้นเขาค่อนข้างเยอะและชัน ใครเมารถควรเตรียมยามาให้พร้อม และควรมาถึงที่ทำการอุทยานฯ แต่เช้า (ก่อน 9 โมงเช้า) เพื่อเคลียร์เรื่องสัมภาระและเริ่มเดินเท้าทันเวลาก่อนมืด
ข้อมูลการเดินป่าและเส้นทางพิชิตยอดดอย
เส้นทางเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานฯ ขึ้นสู่ลานสนภูสอยดาว มีระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง ทางเดินมีความชันต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงแรกและ "เนินส่งญาติ" กับ "เนินมรณะ" ที่ชันจนเกือบ 60 องศา และหลังจากกางเต็นท์บนลานสนแล้ว สามารถเดินเท้าต่อเพื่อไปพิชิตยอดภูสอยดาว 2,102 เมตรได้อีก (ใช้เวลาไป-กลับอีกราว 3-4 ชั่วโมง)
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: "เนินมรณะ" ของจริงคือชันสมชื่อ ขาสั่นและหอบแฮกแน่นอน การใช้ไม้เท้าเดินป่าและการซอยเท้าสั้นๆ จะช่วยเซฟแรงได้มาก ส่วนการเดินขึ้นยอด 2,102 เมตร ช่วงขากลับต้องรีบลงก่อนมืดเพราะทางเดินในป่าทึบจะมืดเร็วมากและมองทางยาก
ข้อมูลจุดกางเต็นท์และการใช้ชีวิตบนลานสน
ลานสนภูสอยดาวตั้งอยู่บนสันเขาสูง เป็นจุดกางเต็นท์ท่ามกลางป่าสนสามใบธรรมชาติ ไม่มีบ้านพัก ไม่มีไฟฟ้า (ใช้ไฟฉายและ Power Bank) และมีห้องน้ำรวมแบบห้องส้วมซึม มีน้ำจากลำธารให้ใช้สำหรับอุปโภค (ต้องตักอาบหรือใช้วิธีเช็ดตัวตามสะดวก)
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ลมบนลานสนค่อนข้างแรงและอากาศหนาวจัดในตอนกลางคืน เต็นท์ต้องตอกสมบกให้แน่นหนาที่สุด และเรื่องอาหารการกินต้องเตรียมวัตถุดิบและเตาแก๊สปิคนิคขึ้นไปทำกินเอง (หรือจ้างลูกหาบช่วยแบก) การได้นั่งล้อมวงกินอาหารร้อนๆ ใต้ต้นสนท่ามกลางอากาศหนาวคือฟีลลิ่งที่ดีที่สุดของที่นี่ครับ
3. ดอยผาตั้ง
ตั้งอยู่ในตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร เป็นจุดชมวิวบนสันเขาพรมแดนไทย-ลาว โดดเด่นด้วยวิวแม่น้ำโขงคดเคี้ยวและทะเลหมอกหนาตา
- ช่วงเวลาเปิดเที่ยว: สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่สวยงามและได้รับความนิยมที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เพราะอากาศหนาวเย็น มีทะเลหมอกสวยงาม และช่วงเดือนมกราคมจะมีดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) สีชมพูบานสะพรั่ง
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ถ้าอยากเห็นทะเลหมอกแบบอลังการพร้อมแสงแรกของวัน แนะนำให้มาช่วงธันวาคม-มกราคมครับ อากาศจะเย็นสบายสะใจ และวิวทิวทัศน์ฝั่งประเทศลาวที่มองจากมุมสูงคือเคลียร์และสวยงามมาก
ข้อมูลการเดินทางสู่จุดเริ่มต้น
การเดินทางเริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงราย ใช้เวลาขับรถประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่อำเภอเวียงแก่นหรือเส้นทางผ่านอำเภอเชียงของ-ผาตั้ง ถนนหนทางค่อนข้างดีเป็นลาดยางตลอดสาย รถเก๋งและรถอีโคคาร์สามารถขับขึ้นถึงลานจอดรถด้านบนดอยได้สบาย
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: แม้ทางขึ้นดอยจะลาดยางดี แต่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงจุดชมวิวจะมีทางชันและโคักหักศอกค่อนข้างถี่ ผู้ขับขี่ควรใช้เกียร์ต่ำในการขึ้น-ลงเขา และตรวจเช็กระบบเบรกให้พร้อมเพื่อความปลอดภัย
ข้อมูลการเดินป่าและเส้นทางพิชิตยอดดอย
ดอยผาตั้งไม่ใช่เส้นทางเดินป่าไกลแบบแรมคืน แต่เป็นการเดินเท้าขึ้นเนินเขาจากจุดจอดรถเพื่อไปชมจุดชมวิวต่างๆ เช่น ช่องผาขาด จุดชมวิวผาตั้ง (เนิน 103) และจุดสูงสุด 104 ระยะทางเดินเท้าสั้นๆ ประมาณ 1 ถึง 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30-45 นาที ทางเดินเป็นขั้นบันไดดินและทางเดินเท้าสลับเนินชัน
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: แม้ระยะทางจะสั้น แต่ช่วงเดินขึ้นเนิน 103 หรือจุดสูงสุดนั้นชันเอาเรื่องและลมแรงมาก แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบที่ยึดเกาะดีๆ และเดินช้าๆ ไม่ต้องรีบ เพื่อเซฟพลังงานและเก็บบรรยากาศสองข้างทาง
ข้อมูลจุดกางเต็นท์และการใช้ชีวิตบนดอย
เนื่องจากดอยผาตั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชุมชน (ชาวจีนฮ่อ) อาศัยอยู่รอบๆ จึงมีที่พัก รีสอร์ท และโฮมสเตย์ให้บริการหลากหลาย รวมถึงมีจุดกางเต็นท์เอกชนและลานกางเต็นท์ของวิสาหกิจชุมชนให้บริการ พร้อมร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: การมานอนค้างที่ดอยผาตั้งนอกจากจะได้ดูดาวแล้ว ตอนเช้าไม่ต้องตื่นตีหิ้วกระเป๋าไกล เพราะตื่นมาเดินขึ้นเนินแป๊บเดียวก็ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว และอย่าลืมแวะชิมขาหมูหมั่นโถวต้นตำรับของชาวจีนฮ่อในหมู่บ้าน บอกเลยว่าฟินมากครับ
4. เขาสันหนอกวัว
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี (ประมาณ 1,767 เมตรจากระดับน้ำทะเล) มีลักษณะเป็นสันเขาแคบๆ คล้ายสันนูนของวัว โดดเด่นด้วยวิวเขื่อนวชิราลงกรณและทะเลหมอกรอบทิศทาง
- ช่วงเวลาเปิดเที่ยว: อุทยานฯ จะเปิดให้ขึ้นเขาสันหนอกวัวในช่วง เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ของทุกปี (เปิดให้บริการเฉพาะช่วงหน้าหนาวเพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูธรรมชาติ)
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ช่วงเดือนพฤศจิกายนป่าจะยังมีความเขียวขจีสดชื่น แต่ถ้าอยากได้ฟีลทุ่งหญ้าแห้งสีทองกับลมหนาวสะใจ แนะนำให้มาช่วงธันวาคมถึงมกราคม อากาศตอนเช้าบนยอดเขาหนาวสะใจแน่นอน
ข้อมูลการเดินทางสู่จุดเริ่มต้น
การเดินทางเริ่มต้นจากตัวเมืองกาญจนบุรีมุ่งหน้าสู่อำเภอสังขละบุรี จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม (บริเวณอำเภอทองผาภูมิ) ใช้เวลาขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมง จากนั้นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ลงทะเบียน ชั่งน้ำหนักกระเป๋า และนั่งรถกระบะของอุทยานฯ ไปยังจุดเริ่มเดินที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: จุดเริ่มเดินค่อนข้างไกลจากตัวอุทยานฯ การนั่งรถกระบะเข้าไปทางลูกรังจะช่วยประหยัดเวลา และควรมาถึงอุทยานฯ แต่เช้าตรู่ตามรอบเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์และมีเวลาเดินเท้าขึ้นเขาช่วงแสงเช้า
ข้อมูลการเดินป่าและเส้นทางพิชิตยอดดอย
เส้นทางเดินเท้าขึ้นเขาสันหนอกวัวมีระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร (ไป-กลับรวมเกือบ 18 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินเท้า 5-7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ทางเดินมีความชันต่อเนื่องตลอดทาง ผ่านป่าดิบชื้น เนินวัดใจต่างๆ จนถึงสันเขาสูงชันก่อนถึงจุดกางเต็นท์ และต้องเดินเท้าต่อขึ้นไปพิชิตยอดสันหนอกวัว
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ระยะทาง 9 กิโลเมตรของที่นี่ของจริงคือ "โหดและยาวนาน" ช่วงเดินขึ้นเนินแรกๆ จะชันจนหอบแฮก การมีไม้เท้าเดินป่าและแบ่งจังหวะการเดินไม่ให้เร่งรีบเกินไปคือหัวใจสำคัญ และช่วงเดินไต่สันเขาแคบๆ ลมจะแรงมาก ต้องก้าวขาด้วยความระมัดระวังสูงสุด
ข้อมูลจุดกางเต็นท์และการใช้ชีวิตบนดอย
จุดกางเต็นท์ของเขาสันหนอกวัวจะตั้งอยู่บริเวณสันเขาใกล้กับยอดดอย เป็นลานโล่งท่ามกลางธรรมชาติ ไม่มีบ้านพัก ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ต้องเตรียมเต็นท์ เครื่องนอน และอาหารการกินขึ้นไปเอง รวมถึงห้องน้ำเป็นแบบห้องส้วมหลุมชั่วคราว
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ลมบนจุดกางเต็นท์ช่วงกลางคืนแรงมาก เต็นท์ต้องตอกสมบกให้แน่นหนาเป็นพิเศษ และเรื่องน้ำใช้สำหรับอุปโภค (และน้ำดื่ม) ต้องอาศัยลูกหาบช่วยแบกหรือแบกขึ้นไปเองตามโควตา เพราะด้านบนไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใช้ได้สะดวกครับ
5. ผากล้วยไม้
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ฝั่งจังหวัดนครราชสีมา) มีชื่อเสียงจาก "น้ำตกผากล้วยไม้" ที่มีกล้วยไม้หวายแดงป่าพันธุ์หายากขึ้นอยู่ตามหน้าผา และเป็นจุดบรรจบของลำห้วยสำคัญ
- ช่วงเวลาเปิดเที่ยว: สามารถท่องเที่ยวและกางเต็นท์ได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่บรรยากาศดีที่สุดคือ ช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) ที่อากาศเย็นสบาย และช่วง ฤดูฝน (กรกฎาคม – ตุลาคม) ที่ป่าไม้เขียวชะอุ่มและน้ำตกมีปริมาณน้ำเยอะสวยงามอลังการ
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ถ้าคุณชอบอากาศหนาวฟินๆ นอนดูดาวต้องมาหน้าหนาว แต่ถ้าชอบความเขียวขจี ชุ่มฉ่ำ และอยากเห็นน้ำตกแบบน้ำเยอะสะใจ ช่วงปลายฝนต้นหนาวคือจังหวะเวลาที่ลงตัวที่สุดครับ
ข้อมูลการเดินทางสู่จุดเริ่มต้น
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียง 2.5 - 3 ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่อำเภอปากช่อง ขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทางด่านศาลาลอยหรือด่านเนินหอม ขับรถตามถนนเส้นหลักบนเขาใหญ่สังเกตป้ายบอกทางไปยังลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้และน้ำตกผากล้วยไม้ได้อย่างสะดวก ถนนลาดยางอย่างดีรถทุกชนิดขับขึ้นได้สบาย
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: การขับรถขึ้นเขาใหญ่ต้องระมัดระวังเรื่อง "สัตว์ป่า" เช่น ลิง หรือกวาง ที่มักจะเดินข้ามถนนบ่อยๆ รวมถึงจำกัดความเร็วตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของทั้งเราและสัตว์ป่า
ข้อมูลการเดินป่าและเส้นทางพิชิตยอดดอย (เส้นทางศึกษาธรรมชาติ)
ผากล้วยไม้มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติยอดฮิตคือ เส้นทางผากล้วยไม้ - น้ำตกเหวสุวัต ระยะทางประมาณ 3.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางเดินลัดเลาะไปตามลำธารป่าดิบชื้น ได้ชมพรรณไม้ริมน้ำและน้ำตกเล็กๆ ตลอดทางจนถึงน้ำตกเหวสุวัต
-
Experience / Insight จริงจากคนเขียน: แม้ระยะทางจะไม่ไกลมาก แต่ทางเดินบางช่วงต้องปีนป่ายโขดหินและมีความลื่นในช่วงหน้าฝน การใส่รองเท้าผ้าใบดอกยางลึกๆ หรือรองเท้าเดินป่าจะช่วยกันลื่นได้ดี และระหว่างทางมีโอกาสเจอ "ทาก" ค่อนข้างสูง อย่าลืมพกถุงกันทากหรือสเปรย์กันแมลงไปด้วยนะครับ
ข้อมูลจุดกางเต็นท์และการใช้ชีวิตบนลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้
ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ตั้งอยู่ริมลำธาร บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกของอุทยานฯ เช่น ห้องน้ำและห้องอาบน้ำรวมสะอาดสะอ้าน มีจุดบริการเจ้าหน้าที่ มีร้านค้าสวัสดิการ และมีบริการให้เช่าเต็นท์ เครื่องนอน
-
Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ข้อควรระวังอันดับหนึ่งของการกางเต็นท์ที่นี่คือ "น้องกวางและฝูงลิง" เจ้าถิ่นที่จ้องจะรื้อค้นหาของกินในเต็นท์ตลอดเวลา ห้ามวางอาหารไว้ด้านนอกเต็นท์เด็ดขาด และตอนกลางคืนอากาศจะเย็นสบาย แต่ต้องระวังเรื่องเสียงดังรบกวนผู้อื่นเพราะเป็นลานกางเต็นท์แบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่เน้นความสงบครับ
6. ดอยหลวงเชียงดาว
ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย (ความสูงประมาณ 2,225 เมตรจากระดับน้ำทะเล) เป็นภูเขาหินปูนที่มีความโดดเด่นเรื่องพรรณพืชเฉพาะถิ่นและทุ่งดอกไม้ป่าบนดอยสูง
- ช่วงเวลาเปิดเที่ยว: เปิดให้ขึ้นเฉพาะช่วง เดือนพฤศจิกายน – เมษายน ของทุกปี (จำกัดช่วงเวลาตามประกาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและป้องกันไฟป่า)
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: การแย่งชิงสิทธิ์จองขึ้นดอยหลวงเชียงดาวขึ้นชื่อเรื่องความยากและเต็มเร็วมาก ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมจะได้สัมผัสอากาศหนาวจัดและหมอกหนา ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมจะได้เห็นดอกไม้ป่าบานสะพรั่งและแสงอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนหินปูนที่สวยแปลกตา
ข้อมูลการเดินทางสู่จุดเริ่มต้น
การเดินทางเริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่อำเภอเชียงดาว (ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง) จากนั้นต้องเดินทางต่อไปยังจุดตรวจหรือหน่วยพิทักษ์ป่า (เช่น จุดเด่น หรือป่าלบ) เพื่อลงทะเบียน ตรวจสอบสัมภาระ และเปลี่ยนเป็นรถกระบะโฟร์วีลของชุมชนเพื่อเข้าสู่จุดเริ่มเดินเท้า
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: การนั่งรถโฟร์วีลเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อไปจุดเริ่มเดิน (เช่น เส้นทางปางอุ๋งหรือเด่นหญ้าขัด) ค่อนข้างใช้เวลาและทางวิบากพอสมควร ควรเตรียมตัวเตรียมใจเรื่องแรงกระแทก และการจัดการเวลากับทางอุทยานฯ ต้องเป๊ะมากเพราะมีกฎระเบียบเข้มงวดเรื่องเวลาเข้า-ออกเขตรักษาพันธุ์ฯ
ข้อมูลการเดินป่าและเส้นทางพิชิตยอดดอย
เส้นทางเดินเท้ามีหลักๆ สองเส้นทางยอดนิยมคือ เส้นทางเด่นหญ้าขัด (ระยะทางเดินเท้าประมาณ 8.5 กิโลเมตร) หรือเส้นทางปางอุ๋ง ใช้เวลาเดินเท้าขึ้นสู่จุดกางเต็นท์ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ทางเดินจะมีความชันสลับเนินราบ และต้องเดินเท้าต่อเพื่อขึ้นไปพิชิต "ยอดดอยหลวงเชียงดาว" และ "ยอดอ่างสลุง" ชมพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอก 360 องศา
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: เส้นทางเดินป่าค่อนข้างยาวและชันในบางช่วง การใช้ไม้เท้าเดินป่า (Trekking Pole) และการจิบน้ำเรื่อยๆ เพื่อป้องกันอาการ ภาวะขาดน้ำหรือแพ้ความสูง (High Altitude Sickness) เป็นสิ่งสำคัญมาก และช่วงเดินขึ้นยอดดอยตอนเย็น ลมบนสันเขาแรงและหนาวจัด ต้องเตรียมเสื้อกันลมตัวเก่งให้พร้อม
ข้อมูลจุดกางเต็นท์และการใช้ชีวิตบนดอย
จุดกางเต็นท์หลักจะอยู่บริเวณอ่างสลุงใต้เชิงยอดดอย เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีบ้านพัก และ ไม่มีห้องน้ำถาวร (ต้องใช้ห้องน้ำชั่วคราวหรือระบบจัดการที่เขตรักษาพันธุ์ฯ กำหนด) รวมถึงไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ นักท่องเที่ยวต้องช่วยกันประหยัดน้ำและจัดการขยะของตัวเองอย่างเคร่งครัด
- Experience / Insightจริงๆ จากคนเขียน: กฎเหล็กของที่นี่คือ "ห้ามทิ้งขยะเด็ดขาด และต้องนำขยะลงมาทิ้งข้างล่างทั้งหมด" รวมถึงการไม่มีน้ำอาบทำให้เราต้องพึ่งพาทิชชูเปียกและสเปรย์แห้ง แต่วิวพระอาทิตย์ตกและทางช้างเผือกเหนือยอดดอยหินปูนตอนกลางคืนคือกำลังใจที่คุ้มค่าความเหนื่อยทุกหยด
7. เขาช้างเผือก
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ (สูงประมาณ 1,249 เมตรจากระดับน้ำทะเล) มีไฮไลท์ระดับตำนานคือ "สันคมมีด" สันเขาแคบๆ ที่มีความลาดชันสูง สองข้างทางเป็นเหวลึก
- ช่วงเวลาเปิดเที่ยว: อุทยานฯ จะเปิดให้ขึ้นเฉพาะช่วง หน้าหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) ของทุกปี และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันอย่างเข้มงวด พร้อมระบบการลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: การแย่งจองสิทธิ์ขึ้นเขาช้างเผือกยากเย็นและเต็มเร็วไม่แพ้ดอยดังทางภาคเหนือเลยครับ ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมคือช่วงที่อากาศดีที่สุด หมอกหนาและลมเย็นสบาย แต่ถ้าลมแรงตอนเดินสันคมมีดจะเพิ่มความเสียวคูณสอง
ข้อมูลการเดินทางสู่จุดเริ่มต้น
การเดินทางเริ่มต้นจากตัวเมืองกาญจนบุรีมุ่งหน้าสู่อำเภอทองผาภูมิ และขับรถต่อไปยังบ้านอีต่อง หรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นต้องนั่งรถกระบะโฟร์วีลของอุทยานฯ หรือชุมชน เข้าไปยังจุดเริ่มเดินเท้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าอีต่อง (ใช้เวลาเดินทางลุยฝุ่นลุยโคลนพอสมควร)
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ทางนั่งรถโฟร์วีลเข้าสู่จุดเริ่มเดินมีความวิบากและโยกเยกไม่แพ้ที่อื่น ใครเมารถควรเตรียมตัวมาให้พร้อม และต้องมาถึงจุดลงทะเบียนตามเวลาเป๊ะๆ เพราะเจ้าหน้าที่จัดระเบียบเวลาเข้าออกเข้มงวดมาก
ข้อมูลการเดินป่าและเส้นทางพิชิตยอดดอย
เส้นทางเดินเท้าจากจุดเริ่มเดินไปยังจุดกางเต็นท์ (บริเวณสนามกอล์ฟช้างเผือก) มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้า 4-5 ชั่วโมง ผ่านเนินต่างๆ เช่น เนินปะชด เนินวัดใจ ก่อนจะถึงจุดไฮไลท์คือการไต่ "สันคมมีด" เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาช้างเผือกชมวิว 360 องศา
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ช่วงเวลาที่ระทึกที่สุดคือตอนเดินผ่าน "สันคมมีด" พื้นที่ทางเดินกว้างแค่เพียงพอ 1 คนก้าวข้าม สองข้างทางเป็นเหวชันลึก เวลาลมพัดแรงๆ ขาสั่นและต้องใช้สมาธิสูงมาก เจ้าหน้าที่และไกด์ท้องถิ่นจะคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด การใส่ถุงมือผ้าจะช่วยให้เกาะจับเชือกหรือโขดหินได้มั่นใจขึ้นเยอะ
ข้อมูลจุดกางเต็นท์และการใช้ชีวิตบนดอย
จุดกางเต็นท์ของเขาช้างเผือกตั้งอยู่บนพื้นที่ธรรมชาติบนสันเขา (มักเรียกว่าสนามกอล์ฟช้างเผือก) ไม่มีบ้านพัก ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องเตรียมเต็นท์ ถุงนอน และอาหารการกินขึ้นไปเอง รวมถึงห้องน้ำเป็นแบบห้องส้วมหลุมชั่วคราว และไม่มีน้ำให้อาบ
- Experience / Insight จริงจากคนเขียน: ลมบนจุดกางเต็นท์ช่วงกลางคืนค่อนข้างแรง เต็นท์ต้องตอกสมบกขึงเชือกให้แน่นหนา และเรื่องน้ำใช้ต้องประหยัดสุดๆ เพราะน้ำทุกหยดต้องอาศัยการแบกขึ้นมาหรือพึ่งพาลูกหาบ การได้จิบกาแฟร้อนๆ ท่ามกลางหมอกยามเช้าบนนี้คือรางวัลที่ลืมไม่ลงครับ
กฎเหล็กสายแคมป์ปิ้ง: Leave No Trace
การรักษาพื้นที่ให้คงสภาพเดิมคือหน้าที่สำคัญของนักท่องเที่ยว
- จัดการขยะ: สิ่งใดที่นำเข้าไป ต้องนำกลับออกมาทั้งหมด รวมถึงขยะเศษอาหารและทิชชู่เปียก
- เคารพพื้นที่: ห้ามขุดร่องน้ำ ตัดกิ่งไม้ หรือส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นและสัตว์ป่า
- อนุรักษ์ทรัพยากร: ห้ามเก็บดอกไม้ หิน หรือพืชพรรณออกจากพื้นที่
- ปลอดภัยจากไฟป่า: ก่อไฟเฉพาะจุดที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ และดับไฟให้สนิททุกครั้งก่อนเข้านอน
การออกเดินทางสู่ธรรมชาติไม่ใช่เพียงการเก็บภาพความสวยงามไว้ในความทรงจำ แต่คือการอนุญาตให้ตัวเองได้ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากโลกที่วุ่นวาย เพื่อกลับมาสัมผัสความเงียบสงบที่ชาร์จพลังชีวิตได้ลึกซึ้งที่สุด เมื่อคุณพร้อมเคารพและรักษาความบริสุทธิ์ของป่าไว้เช่นเดียวกับที่ป่าคอยเยียวยาจิตใจเรา การเดินทางครั้งถัดไปของคุณจะไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่คือการกลับมาพบตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสกว่าเดิมครับ