ไปโรงพยาบาลรัฐตั้งแต่ตี 5 ได้ตรวจเกือบเที่ยง! คนไทยต้องอดทนกับระบบแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?

ไปโรงพยาบาลรัฐตั้งแต่ตี 5 ได้ตรวจเกือบเที่ยง! คนไทยต้องอดทนกับระบบแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?

เคยสงสัยไหมครับว่า...

ทำไมการไปโรงพยาบาลรัฐบางแห่ง ถึงต้องเตรียมใจเสียเวลาแทบทั้งวัน?

บางคนต้องตื่นตั้งแต่ตี 4–5 นั่งรถมาโรงพยาบาลตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อรับบัตรคิว แล้วนั่งรออีกหลายชั่วโมง

บางคนต้องลางาน เสียรายได้ เสียค่าเดินทาง และยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านกี่โมง

แต่คำถามคือ... ในยุคที่เทคโนโลยีไปไกลขนาดนี้ ทำไมคนไข้บางแห่งยังต้องใช้เวลารอขนาดนั้น?

🔥 1. คนหาเช้ากินค่ำป่วยหนึ่งวัน อาจเสียรายได้มากกว่าค่ารักษา

สำหรับบางคน การไปหาหมอไม่ได้เสียแค่เวลา แต่หมายถึงการขาดรายได้ทั้งวัน

🔥 2. หมอและพยาบาลก็ทำงานหนัก แล้วปัญหาอยู่ตรงไหน?

ถ้าคนไข้ต้องรอนาน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ก็ทำงานแทบไม่ทัน แสดงว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คนทำงาน แต่อยู่ที่จำนวนบุคลากร งบประมาณ และระบบบริหารจัดการหรือเปล่า?

🔥 3. เราจ่ายภาษี แต่ทำไมการเข้าถึงบริการพื้นฐานยังยากสำหรับบางคน?

แน่นอนว่าโรงพยาบาลต้องจัดลำดับความเร่งด่วนของผู้ป่วย และแต่ละแห่งมีข้อจำกัดต่างกัน

แต่ประชาชนควรได้รับบริการที่มีคุณภาพ โดยไม่ต้องเสียเวลาเกินความจำเป็นหรือไม่?

สิ่งที่น่าเศร้าคือ บางคนไม่ได้กลัวการไปหาหมอ แต่กลัวว่าจะต้องเสียเวลาทั้งวันเพื่อไปหาหมอ

อยากถามทุกคนครับ...

คุณเคยรอคิวโรงพยาบาลรัฐนานที่สุดกี่ชั่วโมง?

และถ้ามีงบประมาณให้แก้ไขเพียงเรื่องเดียว คุณอยากให้รัฐบาลเพิ่มจำนวนแพทย์ เพิ่มโรงพยาบาล หรือพัฒนาระบบนัดหมายก่อน?

อยากฟังความคิดเห็นทั้งจากผู้ใช้บริการและบุคลากรทางการแพทย์ครับ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
ถ้าเรามองแบบแย่มันไม่ดีอันนี้คือจริง แต่ถ้าเอาไทยไปเทียบกับอีกหลายร้อยประเทศเรายังดีกว่า ปัญหาหลักๆของ เราไม่ได้อยู่ที่ระบบริหารจัดการแต่หมอไม่พอนี่คือต้นเหตุจริงๆ

อีกอย่างนะการที่คนไข้ไปรอตั้งแต่ตี 4-5ไม่ใช่เพราะระบบบังคับ แต่เป็นพฤติกรรมความเคยชินและความกังวลของเราเอง OPD คือเราอยากไปก่อนเพื่อจะได้ตรวจก่อนจริงๆมันแค่นี้เอง เพราะความจริงมันเปิดทำการ 8 โมง การนับเวลาว่าไปตี 5 ได้ตรวจเที่ยง = รอ 7 ชั่วโมง มันคือการสร้างตัวเลขเวลารอขึ้นมาเองคือหมอกับพยาบาลไม่ได้เริ่มงานตอนตี 5 ครับ

ส่วนเรื่องเทคโนโลยีนะ ว่าทำไมมีเทคโลยีทำไมยังช้าแล้วให้พัฒนาระบบนัดหมาย ความจริงก็คือแอปมันมีก็ไม่ได้ทำให้ได้หมอเพิ่มขึ้นไอพวกการทำระบบคิวออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบจะแค่เปลี่ยนรูปแบบจากการนั่งรอที่โรงบาล 1 วัน กลายเป็นการรอคิวอยู่บ้าน 3 เดือนกว่าจะได้คิวเจอหมอ (เหมือนระบบที่เค้าเรียกว่า NHS ของอังกฤษ หรือในแคนาดา) เทคโนโลยีจัดการคิวได้ แต่ถามว่ามันจะไปแก้ปัญหาที่จำนวนหมอไม่พอต่อปริมาณผู้ป่วยก็ไม่ได้

ส่วนเรื่องภาษี เราจะไปเอางบภาษีมาแล้วบอกว่าจ่ายแล้วต้องได้ที่มันดีเลิศมันก็ไม่ใช่เพราะมันไม่ได้เยอะขนาดนั้นมันไม่เหมือนประเทศอื่นที่เก็บภาษีโหดกว่านี้มากๆ งบสาธารณสุขต่อหัวที่รัฐอุดหนุนความจริงคือมันน้อยมากเมื่อเทียบกับต้นทุนการรักษาจริง  เช่น การผ่าตัดหลักแสนบาทที่ผู้ป่วยจ่าย 30 บาท หรือฟรี พอต้นทุนทางการเงินถูกกดให้ต่ำสุด สกุลเงินที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเพื่อแลกกับบริการระดับนี้จึงเปลี่ยนรูปมาเป็นเวลาไม่ใช่ตัวเงิน ส่วนโรงบาลรัฐก็ขาดทุนยับเยินมาตลอด

ผมตอนแขนหักเนี่ยมีนัดหมอหลายครั้ง ช่วงแรกๆ ผมก็พยายามไปตี 5- 6 โมงเลย ได้ตรวจก็ 11 โมง กลับบ้านกว่าจะเอายาก็บ่าย แต่ช่วงหลังผมเลือกไป 11 โมง ได้ตรวจเที่ยงบ้างบ่ายโมงบ้างคือไม่ต้องรอหลายชั่วโมง

ที่ผมว่าควรแก้นะคือการใช้บุคลากรทางการแพทย์ไปดูแลคนต่างด้าวที่มันเยอะแยะมากมายนี่ต่างหากผมไปหาหมอคนต่างด้าวน่าจะสัดส่วนที่เยอะมาก แต่ก็นะที่มันเป็นแบบนี้เพราะแรงงานบ้านเราก็ไม่พอ สรุป แก้ไม่ได้หรอก ไม่งั้นก็นั่นละยอมเสียเงินไปเอกชนมันก็มีทางเลือกแค่นั้น
ความคิดเห็นที่ 17
อยากได้ของถูกของฟรี จะให้ดีเทียบเท่าคนจ่ายเงินเข้าเอกชนเลยเหรอครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ตุณคงไม่รู้เลยว่าหลายประเทศไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้รอ  ทำเหมือนว่ากำไรบานจ่ายภาษีเยอะกันงั้นละ รู้จักคำว่าโรงพยาบาลรัฐดีแค่ไหน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่